ข้ามไปยังเนื้อหา
Voices Foundation

เรื่องราวของเรา

เริ่มต้นจากวัยรุ่นที่ไม่ยอมเบือนหน้าหนี

ในปี 2553 เพื่อนรักสองคนชั้นมัธยมปลายปีหนึ่งก่อตั้ง Voices เพื่อยืนเคียงข้างเด็ก ๆ ในบ้านพักของกรุงเทพฯ สิบหกปีผ่านไป มิตรภาพเดียวกันนี้กำลังเปิดห้องเรียนให้เด็ก ๆ บนชายแดนไทย–เมียนมา

อาสาสมัครและเด็ก ๆ ที่บ้านนานา

พันธกิจ

ยกระดับชีวิตของเด็กและสตรีที่เปราะบาง โดยเฉพาะผู้ไร้สัญชาติ ด้วยการมอบเครื่องมือและโอกาสให้พวกเขาสร้างชีวิตที่พึ่งพาตนเองได้และภาคภูมิใจ

เส้นทาง

สิบหกปี กับเส้นทางเดียว

ทุกบทสอนบางอย่างที่นำไปสู่บทต่อไป จากการเยี่ยมทุกวันอาทิตย์ สู่เวทีโลก สู่ชายแดน และสู่ห้องเรียน

  1. บทที่ 1 · 2010–2014

    เริ่มจากการไปอยู่ตรงนั้น

    1. 2010

      เพื่อนรักสองคน กับความคิดหนึ่งเดียว

      กมลนันท์ เจียรวนนท์ และสวรินทร์ ภุมรินทร์ นักเรียนมัธยมปลายปีหนึ่ง ร่วมก่อตั้ง Voices โดยมี Gunpod Lertkomolsuk และ Kharit Arunvongse Na Ayuthaya ร่วมเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง และเริ่มระดมทุนประจำปีเพื่อครอบครัวไร้สัญชาติร่วมกับ Volunteers for Children Development Foundation

    2. 2011

      วันอาทิตย์ที่ดอนเมือง

      เริ่มอาสาสมัครทุกวันอาทิตย์ที่บ้านพักฉุกเฉินสำหรับเด็กและสตรีดอนเมือง ต่อเนื่องจนผู้ก่อตั้งจบการศึกษาในปี 2557

    สิ่งที่เราได้เรียนรู้ →

    การไปพบเด็ก ๆ ในบ้านพักทุกสัปดาห์ ทำให้ทีมเห็นต้นเหตุเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า นั่นคือการไม่มีเอกสาร เด็กไร้สัญชาติคือกลุ่มที่เสี่ยงต่อการถูกทำร้าย การข่มขืน และการค้ามนุษย์มากที่สุด

  2. บทที่ 2 · 2014–2018

    ส่งเสียงบนเวทีโลก

    1. 2014

      เสียงจากดับลิน

      กมลนันท์เป็นตัวแทนประเทศไทยในเวที One Young World ที่ดับลิน นำปัญหาไร้สัญชาติสู่เวทีโลก ขณะที่ผู้ก่อตั้งจบการศึกษาและไปเรียนต่อต่างประเทศ

    2. 2015

      เวทีสิทธิมนุษยชน กรุงเทพฯ

      One Young World จัดที่กรุงเทพฯ กมลนันท์ขึ้นพูดเรื่องสิทธิของผู้ไร้สัญชาติ “ไม่ใช่แค่การมอบความยุติธรรมให้พวกเขา แต่คือการแสดงให้คนรุ่นเราเห็นว่าความยุติธรรมที่แท้จริงเป็นอย่างไร”

    3. 2018

      ผู้นำเยาวชนต่อต้านความรุนแรงทางเพศ

      ในเวที One Young World ที่กรุงเฮก กมลนันท์ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Young Leaders Against Sexual Violence

    สิ่งที่เราได้เรียนรู้ →

    การรณรงค์เปิดประตูหลายบาน แต่เด็ก ๆ ต้องการมากกว่าเสียงบนเวที Voices จึงกลับมารวมตัวเพื่อสนับสนุนสิ่งที่ปกป้องเด็กไร้สัญชาติได้ในระยะยาว คือการศึกษา อาชีพ และสถานะทางกฎหมาย

  3. บทที่ 3 · 2016–2020

    ลงพื้นที่ชายแดน

    1. 2016

      จับมือกับบ้านนานา

      ตั้งแต่เดือนสิงหาคม Voices สนับสนุนบ้านนานาของ Child Life Mae Sai เพื่อเด็กไร้สัญชาติ ทั้งค่าเล่าเรียน นักกฎหมายประจำบ้านเพื่อดำเนินเรื่องสัญชาติ การตลาดข้าว ปศุสัตว์ และพลังงานแสงอาทิตย์

    2. 2020

      Knit-Noi (นิดหน่อย)

      ร่วมกับโรงพยาบาลอุ้มผางซึ่งทำคลอดทารกกว่า 900 คนต่อปี Voices เปิดตัวโครงการ Knit-Noi ชุดของใช้แรกเกิดชุดละ 399 บาท สำหรับคุณแม่ที่ขาดแคลน จัดเตรียมโดยอาสาสมัครในกรุงเทพฯ

    สิ่งที่เราได้เรียนรู้ →

    การทำงานที่แม่สายและอุ้มผางทำให้เห็นช่องว่างที่กว้างที่สุด นั่นคือเด็กหลายพันคนตามแนวชายแดนไทย–เมียนมาที่เติบโตขึ้นนอกระบบการศึกษาโดยสิ้นเชิง

  4. บทที่ 4 · 2023–today

    เปิดห้องเรียน

    1. 2023

      ฮีเวนลีโฮม แม่สอด

      ร่วมกับทรูปลูกปัญญา Voices สนับสนุนศูนย์การเรียนรู้ข้ามชาติแห่งแรก ดูแลเยาวชนกว่า 85 คนและครู 7 คน ทั้งห้องน้ำ พื้นห้องเรียน และสื่อการเรียนรู้ดิจิทัล และสนับสนุนรวม 6 ศูนย์ในปีนั้น

    2. 2024

      ระยะที่สอง ร่วมกับยูเนสโก

      แคมเปญร่วมกับทรูปลูกปัญญา ยูเนสโก และ สพป.ตาก เขต 2 นำการปรับปรุงอาคาร อินเทอร์เน็ต สมาร์ททีวี และคลังความรู้ออนไลน์ LearnBig ไปสู่ศูนย์เพิ่มขึ้น

    3. 2025

      สิบหกศูนย์

      หลังสนับสนุนครบ 11 ศูนย์ Voices ขอแรงสนับสนุนเพื่อขยายอีก 5 ศูนย์ และถึงเดือนธันวาคม ทั้ง 16 ศูนย์ซึ่งดูแลเด็กกว่า 3,600 คนใน อ.แม่สอด พบพระ และแม่ระมาด ได้รับอุปกรณ์ครบ

    4. 2026

      ยังคงเดินหน้า

      ยังคงระดมทุนเพื่อศูนย์การเรียนรู้นอกระบบที่ดูแลและให้การศึกษาแก่เยาวชนพลัดถิ่นและเยาวชนที่ขาดโอกาสในภาคเหนือของไทย

    วันนี้ →

    ทุกบทนำมาสู่จุดนี้ เด็กที่ได้รับการศึกษามีทางออกจากวงจรเดิม และวันหนึ่งจะมีเส้นทางสู่การศึกษาในระบบและการได้สัญชาติ

ทีมของเรา

ผู้ก่อตั้งและสมาชิกหลัก

ทีมอาสาสมัครที่แยกย้ายไปเรียนและทำงานทั่วโลก แต่กลับบ้านมาเพื่อทำงานนี้ต่อเสมอ

ร่วมส่งเสียงไปกับเรา

บริจาค เป็นอาสาสมัคร หรือชวนองค์กรของคุณมาร่วมมือ ทุกชุดของใช้ ทุกภาคเรียน และทุกคำร้องขอสัญชาติ เริ่มต้นจากใครสักคนที่ตอบรับ